| ขุนกระบี่จึ่งเอาเท้าขวา |
คว้าคีบมงกุฎไว้ได้ |
| ลอยอยู่ยังพื้นนภาลัย |
แล้วร้องไยไพขุนมาร |
| เหวยเหวยดูก่อนทศพักตร์ |
ฮึกฮักอวดฤทธิ์กล้าหาญ |
| กูจะใคร่ตัดเศียรอ้ายสาธารณ์ |
เกรงเกินโองการพระจักรี |
| จะเอาแต่มงกุฎไปถวาย |
องค์พระนารายณ์เรืองศรี |
| ว่าแล้วสำแดงฤทธี |
ขุนกระบี่ก็เหาะกลับมา |
| เลื่อนลอยโดยทางอากาศ |
หมายมาดมรกตภูผา |
| ก็ลงสู่พื้นพสุธา |
เข้ายังพลับพลาพรายพรรณ |
| ครั้นถึงประณตบทบงสุ์ |
ทูลองค์พระบรมรังสรรค์ |
| ข้าไปหักฉัตรกุมภัณฑ์ |
ได้โรมรันด้วยท้าวทศพักตร์ |
| ครั้นว่าจะล้างชีวา |
เกรงเกินบัญชาพระทรงจักร |
| จึ่งเอาแต่มงกุฎขุนยักษ์ |
มาบูชาศรศักดิ์พระสี่กร |
| ตามคำข้าบาทกระบี่ศรี |
โดยที่ได้ทูลไว้แต่ก่อน |
| พระองค์ผู้ทรงฤทธิรอน |
ภูธรจงได้เมตตา |
| เมื่อนั้น |
พระตรีภพลบโลกนาถา |
| ได้ฟังลูกสุริยา |
ผ่านฟ้าจึ่งทอดพระเนตรไป |
| เห็นมงกุฎแก้วขุนมาร |
ชัชวาลดั่งดวงแขไข |
| ชื่นชมด้วยสมดั่งพระทัย |
ภูวไนยจึ่งตรัสแก่เสนี |
| อันพระยาสุครีพฤทธิรงค์ |
อาจองหักฉัตรยักษี |
| ทำลายความคิดอสุรี |
ทำชอบครั้งนี้มากนัก |
| ควรที่เป็นวงศ์พระทินกร |
จะขจรเดชไปทั่วไตรจักร |
| ตรัสพลางชวนองค์พระลักษมณ์ |
ผันพักตร์ย่างเยื้องเข้าพลับพลา |
อ่านหน้าที่
๗ |
|
|
|