| เมื่อนั้น
|
ท้าวทศพักตร์ยักษี |
| เสียชั้นเชิงจะต่อตี |
เสียที่ด้วยระวังเยาวมาลย์ |
| สิบเก้ากรนั้นกอดนางไว้ |
จนใจที่จะเข้าหักหาญ |
| กรหนึ่งแกว่งพระขรรค์สุรกานต์ |
ต้านทานรอรับอลวน |
| จะฟันจะแทงไม่ถนัด |
แต่ป้องปัดหลบหลีกสับสน |
| จำเป็นจำสู้จำทน |
เวียนวนถอยไล่พัลวัน |
| บัดนั้น |
สุครีพฤทธิ์แรงแข็งขัน |
| โลดโผนโจนจวงทะลวงฟัน |
โจนจับกุมภัณฑ์ด้วยศักดา |
| แกว่งพระขรรค์ชัยดั่งไฟพราย |
มาดหมายเขม้นเข่นฆ่า |
| ฟันแทงแย้งยุทธ์ไปมา |
ถูกกายอสุราหลายที |
| เมื่อนั้น |
ท้าวราพณาสูรยักษี |
| กรเดียวรบรันประจัญตี |
สุดที่จะรอต่อฤทธิ์ |
|
ความเจ็บนั้นพ้นที่ทนนัก
|
พระยายักษ์ไม่ทานต้านติด |
| สุดใจสุดกำลังสุดคิด |
ไม่รบชิดถอยรับรอมา |
| บัดนั้น |
ลูกพระอาทิตย์ฤทธิ์กล้า |
| เห็นทศกัณฐ์อสุรา |
เสียที่ในท่าชิงชัย |
| เท้าถีบถูกกายขุนมาร |
เผ่นทะยานฉวยยอดฉัตรได้ |
| น้าวลงด้วยกำลังว่องไว |
หักฉัตรพิชัยโมลี |
| อันทศเศียรกุมภัณฑ์ |
ทั้งสนมกำนัลมเหสี |
| ตกลงยังพื้นปถพี |
ร้องมี่อื้ออึงทุกตัวตน |
| ฉัตรแก้วสุรกานต์ก็วินาศ |
อากาศแจ่มแจ้งทุกแห่งหน |
| ส่องสว่างสร่างแสงสริยน |
ตลอดจนกองทัพพลับพลาชัย |
อ่านหน้าที่
๖ |
|
|
|